Superstar-sport.com

แหล่งรวมประวัตินักกีฬาทุกประเภท

Post by

Sam Snead

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on whatsapp
WhatsApp

ตำนานผู้นี้เริ่มเข้าสู่วงการโดยการเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนใน Fort Wayne Club โดยต่อมาได้เริ่มลงแข่งขันในปี 1920 กับรายการ US Open ด้วยการช่วยเหลือจากสมาชิกในสนามที่เขาฝึกสอนโดยร่วมลงขันกัน และในปี 1922 ก็ได้แชป์ US Open และ USPGA แต่ในขณะนั้นรายการ USPGA ยังทำการแข่งขันแบบ Macth Play อยู่ ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 20 ปี และยังคงรักษาแชมป์ได้อีกในปีถัดมา แต่ด้วยรูปร่างที่สูงเพียง 163 เซนติเมตรทำให้เขาพบปัญหาเกี่ยวกับการทำวงสวิงให้ดีขั้น เพื่อชดเชยรูปร่างที่ไม่สูงของเขา

ปี 1932 เขาข้ามไปคว้าแชมป์รายการ British Open ในปี 1934 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการจัดการแข่งขันรายการ The Master ขึ้นแต่เขาเข้าร่วมการแข่งขันในปีต่อมา การแข่งขันครั้งนี้เขายังตามหลัง Craig Wood อยู่ 3 แต้ม เหลืออีก 4 หลุมเมื่อขึ้นหลุม 15 เขาตีหัวไม้ออกไปได้ดี และขึ้นช็อตที่ 2 ด้วยหัวไม้ 4 ระยะ 235 หลา ลูกตกหน้ากรีนและวิ่งลงหลุมไปได้ Albatross ทำให้คะแนนเสมอกัน จนกระทั่งจบและชนะการ Play Off ในวันถัดมา

Tour Victories: 39

Major Championships: 7

• Masters: 1935

• U.S. Open: 1922, 1932

• British Open: 1932

• PGA Championship: 1922, 1923, 1933

Awards and Honors:

• Member, World Golf Hall of Fame

• Recipient, PGA Distinguished Service Award

• Member of 6 U.S. Ryder Cup teams

ซึ่งทั้งหมดจึงทำให้ตำนานท่านนี้เป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ของโลก ที่สามารถคว้าแชป์รายการใหญ่มาครองได้ทั้งหมด ได้แก่ Master, USPGA, The Open และ US Open โดยภาพที่ติดตาคนทั่วโลกในตอนนั้นคือการที่เขาสามารถทำโฮลอินวันในหลุมที่ 8 ได้อย่างเพอร์เฟค

Social Share

More to explorer

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *